โขน "ศิลปะชั้นสูงของไทย"
posted on 28 Jun 2007 21:52 by passion in acting-artThai classic masked play enacting
scenes from the Ramayana
โขน
โขนเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงที่เก่าแก่ของไทย มีมานานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ตามหลักฐานจากจดหมายเหตุของลาลูแบร์
ราชทูตฝรั่งเศสสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ได้กล่าวถึงการเล่นโขนว่า
" เป็นการเต้นออกท่าทางเข้ากับเสียงซอและเครื่องดนตรีอื่นๆ "
ผู้เต้นสวมหน้ากากและถืออาวุธ
โขนเป็นที่รวมของศิลปะหลายแขนงคือ
โขนนำวิธีเล่นและวิธีแต่งตัวบางอย่างมาจากการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์
โขนนำท่าต่อสู้โลดโผน ท่ารำท่าเต้นมาจากกระบี่กระบอง
และโขนนำศิลปะการพากย์การเจรจา
หน้าพาทย์เพลงดนตรี การแสดงโขน ผู้แสดงสวมศีรษะคือหัวโขนปิดหน้าหมด
ยกเว้น เทวดา มนุษย์ และมเหสี ธิดาพระยายักษ์
มีต้นเสียงและลูกคู่ร้องบทให้และมีคนพากย์และเจรจาให้ด้วย
เรื่องที่แสดงนิยมแสดงเรื่องรามเกียรติ์และอุณรุฑ ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงโขนใช้วงปี่พาทย์
ประเภทของโขน แบ่งออกเป็น ๕ ประเภท คือ
๑ โขนกลางแปลง
๒ โขนโรงนอก หรือโขนนั่งราว
๓โขนหน้าจอ
๔โขนโรงใน
๕โขนฉาก
โขนที่กรมศิลปากรนำออกแสดงในปัจจุบันนี้
ก็ใช้ศิลปะการแสดงแบบโขนโรงใน ไม่ว่าจะแสดงกลางแจ้งหรือแสดงหน้าจอก็ตาม
ลักษณะบทโขน ประกอบด้วย
บทร้องซึ่งบรรจุเพลงไว้ตามอารมณ์ของเรื่อง
บทร้องแต่งเป็นกลอนบทละครเป็นส่วนใหญ่
อาจมีคำประพันธ์ชนิดอื่นบ้างแต่ไม่นิยม
บทร้องนี้จะมีเฉพาะโขนโรงในและโขนฉากเท่านั้น
บทพากย์การแสดงโขนโดยทั่วไปจะเดินเรื่องด้วยบทพากย์
ซึ่งแต่งเป็นคำประพันธ์ชนิดกาพย์ฉบัง ๑๖ หรือกาพย์ยานี ๑๑ บท
เช่น พากย์เมืองหรือพากย์พลับพลา คือบทตัวเอก
ตอน ทศกัณฐ์หรือพระรามประทับในปราสาทหรือพลับพลา เช่น
ครั้นรุ่งแสงสุริยโอภา | พุ่งพ้นเวหา | |
คิรียอดยุคันธร | ||
สมเด็จพระหริวงศ์ทรงศร | ฤทธิ์เลื่องลือขจร | |
สะท้อนทั้งไตรโลกา | ||
เสด็จออกนั่งหน้าพลับพลา | พร้อมด้วยเสนา | |
ศิโรตมก้มกราบกราน | ||
พิเภกสุครีพหนุมาน | นอบน้อมทูลสาร | |
สดับคดีโดยถวิล | ||
สวมเสื้อแขนยาวปักดิ้น และเลื่อมมีอินทรธนูที่ไหล่ส่วนล่างสวมสนับเพลา
หมายเหตุ :กางเกงไว้ข้างในนุ่งผ้ายกจีบโจงไว้หางหงส์ทับสนับเพลา
ด้านหน้ามีชายไหวชายแครงห้อยอยู่
เช่น กรองคอ ทับทรวงตาบทิศ ปั้นเหน่ง ทองกร กำไลเท้า เป็นต้น
แต่เดิมตัวพระจะสวมหัวโขน แต่ภายหลังไม่นิยม
เพียงแต่แต่งหน้า และสวมชฎาแบบละครในเท่านั้น
สวมเสื้อแขนสั้นเป็นชั้นในแล้วห่มสไบทับ
ทิ้งชายไปด้านหลังยาวลงไปถึงน่อง ส่วนล่างนุ่งผ้ายกจีบหน้า
ศีรษะสวมมงกุฎ รัดเกล้าหรือกระบังหน้าตามแต่ฐานะของตัวละคร
ตามตัวสวม เครื่องประดับต่างๆ เช่น กรองคอ สังวาล พาหุรัดเป็นต้น
แต่เดิมตัวนางที่เป็นตัวยักษ์ เช่น นางสำมนักขา นางกากนาสูร
จะสวมหัวโขนแต่ภายหลังมีการแต่งหน้าไปตามลักษณะของตัวละคร
นั้นๆโดยไม่สวมหัวโขนบ้าง
เครื่องแต่งกายส่วนใหญ่คล้ายตัวพระจะแตกต่างกันที่การนุ่งผ้า
คือ ตัวยักษ์จะนุ่งผ้าไม่มีหางหงส์แต่มีผ้าปิดก้นลงมาจากเอว
ส่วนศีรษะสวมหัวโขนตามลักษณะของตัวละครซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยชนิด
ตัวลิง
เครื่องแต่งกายส่วนใหญ่คล้ายตัวยักษ์
แต่มีหางลิงห้อยอยู่ใต้ผ้าปิดก้นอีกทีสวมเสื้อตามสี
ประจำตัวในเรื่องรามเกียรติ์ไม่มีอินทรธนู
ตัวเสื้อปักลายขดเป็นวง สมมุติว่าเป็นขนตามตัวลิงส่วน
ศีรษะสวมหัวโขนตามลักษณะของตัวละคร ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๔๐ ชนิด



)
ต้องรักษาไว้คับ
แปะ แปะ *ตบมือให้น้องเรียล*
#1 By [e-ku] on 2007-06-28 22:04